แผนป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔)

แผนป้องกันปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ ระยะ ๕ ปี(พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔)

องค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก

อำเภอสากเหล็ก  จังหวัดพิจิตร

 

คำนำ

                   การทุจริตเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยมาเป็นเวลานานและส่งผลกระทบต่อการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งในปัจจุบันได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง     ทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง โดยมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม  การเมืองการปกครองและการบริหารราชการเป็นอย่างมาก การแก้ไขปัญหาการทุจริตจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หน่วยงานในภาครัฐซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้

ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ ๖๙/๒๕๕๗ เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยทุกส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐ กำหนดมาตรการหรือแนวทางแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบโดยมุ่งเน้นการสร้าง ธรรมาภิบาลในการบริหารงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกส่วนในการตรวจสอบ เฝ้าระวัง เพื่อสกัดกั้นเพื่อมิให้เกิดการทุจริตได้

เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าว บรรลุได้อย่างเป็นรูปธรรม องค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก จึงได้จัดทำแผนป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะ ๕ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) ขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก ขึ้น เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ว่าด้วยการป้องกันปละปราบปรามการทุจริตภาครัฐให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก     ให้บรรลุเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ตาม วิสัยทัศน์กำหนดไว้ และเป็นการถือปฏิบัติ คำสั่ง คสช. ที่ ๖๙/๒๕๕๗    เรื่อง  มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเป็นนโยบายระดับชาติ ด้วย

องค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก

 

 

 

 

 

 

สารบัญ

ส่วนที่                                                                                                   หน้า

ส่วนที่  ๑  บทนำ                                                                                      ๑-๒

ส่วนที่  ๒  การวิเคราะห์สถานการณ์การป้องกันและปราบปรามการทุจริต                        ๓

ส่วนที่  ๓  กรอบแนวคิดการจัดทำแผนป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ         ๔-๙

             ระยะ  ๕   ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔)                                                             

ส่วนที่ ๔  แผนป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะ ๕ ปี             ๑๐-๑๓

            (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔)

ส่วนที่  ๕  รายละเอียดแผนป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะ ๕ ปี         ๑๔-๒๔

             (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔)

ส่วนที่  ๖  กรอบการนำแผนป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ไปสู่           ๒๕

             การปฏิบัติและติดตามประเมินผล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ส่วนที่  ๑

บทนำ

 

  1. หลักการและเหตุผล

 

การทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ นับเป็นภัยร้ายแรงต่อประชาชนและประเทศชาติ ที่บ่อนทำลายทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและวัฒนธรรม ตลอดจนส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในทุก ๆ ด้าน การทุจริตและประพฤติมิชอบในปัจจุบันได้ทวีความรุนแรง และขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งมีความสลับซับซ้อนจนยากแก่การปราบปรามให้หมดสิ้นไปโดยง่าย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานราชการจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบให้หมดสิ้นไป ด้วยการสร้างระบบการป้องกันและควบคุมการปฏิบัติงานภายในให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบภายในหน่วยงาน

นอกจากนี้สังคมไทยยังมีวัฒนธรรม และค่านิยมที่เป็นปัญหาอุปสรรคในการต่อต้านการทุจริต ผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐบางแห่งไม่ประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี บกพร่องในการบริหารจัดการด้วย หลักธรรมาภิบาล (Good Governance)  และมีการกระทำที่ขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม ภาคเอกชนและองค์กรธุรกิจบางแห่งยังขาดจริยธรรม และไม่ปฏิบัติตามหลัก       บรรษัทภิบาล (Corporate Governance) ประชาชนยังขาดจิตสำนึก และไม่มีความตระหนักในความเสียหายที่จะเกิดขึ้น จุดอ่อนของกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเกิดจากทุกภาคส่วนขาดการส่งเสริมและสนับสนุนการยกย่องเชิดชูคนดีให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

จากปัญหาดังกล่าว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องให้ความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างจิตสำนึกในการทำดี ไม่สนับสนุนการทุจริต และปรับเปลี่ยนทัศนคติ  ค่านิยม  ให้ประชาชนมีการตื่นตัวในการต่อสู้กับการช่วยกันดูแลตรวจสอบการทุจริต พัฒนาระบบราชการให้มีความโปร่งใสและเป็นที่น่าเชื่อถือของประชาชน

เพื่อมุ่งเน้นให้การดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตขององค์การบริหารส่วนตำบลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง  สร้างระบบราชการที่มีความโปร่งใส จัดระบบการตรวจสอบและประเมินผลสัมฤทธิ์ตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม  ความคุ้มค่า  เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ปรับปรุงระบบการปฏิบัติงานให้เกิดความโปร่งใส     มีประสิทธิภาพและสนับสนุนภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมในการรณรงค์  และปลูกจิตสำนึกค่านิยมของสังคมให้ประชาชนร่วมกันต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ  ซึ่งเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตบรรลุตามวัตถุประสงค์และเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นจะต้องดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็กอย่างต่อเนื่อง โดยจัดทำแผนป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติ   มิชอบ (พ.ศ.25๖๐ – 256๔)

 

 

  1. วัตถุประสงค์ของการจัดทำแผน
  2. เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมและวิธีการทำงานที่สุจริตและโปร่งใสของ คณะผู้บริหารท้องถิ่น  สมาชิกสภาท้องถิ่น  พนักงานส่วนตำบล  พนักงานจ้างทุกคนขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก
  3. เพื่อส่งเสริมให้ คณะผู้บริหารท้องถิ่น  สมาชิกสภาท้องถิ่น  พนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้างทุกคนขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก    มีจิตสำนึก ค่านิยม และวัฒนธรรมเรื่องความซื่อสัตย์ ไม่ทุจริต  ไม่ติดสินบน  มุ่งมั่นทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณธรรมอันมั่นคง ส่งผลให้หน่วยงานปลอดการทุจริต คอรัปชั่น  มุ่งสู่ราชการไทยใสสะอาด
  4. เพื่อให้มีระบบ และกลไกในการป้องกันและตรวจสอบมิให้เกิดการทุจริต หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการปฏิบัติราชการขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก
  5. เพื่อส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการติดตามตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบในภาครัฐ เสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายในการติดตามและตรวจสอบการทุจริตและ ประพฤติมิชอบในภาครัฐให้มีความเข้มแข็ง
  6. เพื่อสร้างบทบาทความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมในการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ป้องกันและเฝ้าระวังมิให้เกิดการทุจริต การปฏิบัติและ/หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นภายในหน่วยงาน
  7. เป้าหมาย
  8. ข้าราชการทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก ตลอดจนประชาชน มีจิตสำนึกในเรื่องของความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางที่มิชอบทุกฝ่าย
  9. องค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก มีระบบการปฏิบัติงานที่สามารถป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น  พนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้างทุกคน สามารถจัดการกับกรณีการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างรวดเร็ว และโปร่งใส มิให้ข้าราชการอื่นใช้เป็นเยี่ยงอย่าง
  10. หน่วยงานสามารถประสานความร่วมมือในองค์กรและภายนอกองค์กรในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
  11. องค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก สามารถพัฒนาระบบและกลไกในการตรวจสอบ ควบคุม และถ่วงดุลการใช้อำนาจให้เหมาะสม
  12. องค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก พัฒนาบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

 

  1. ประโยชน์ของการจัดทำแผน
  2. คณะผู้บริหารท้องถิ่น  สมาชิกสภาท้องถิ่น  พนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก มีจิตสำนึกในการปฏิบัติงานเพื่อประชาชน มีความซื่อสัตย์ สุจริต ปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส
  3.   ประชาชนมีจิตสำนึกในการเห็นประโยชน์ของชุมชนและเฝ้าระวังการทุจริตขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก
  4.  มีระบบการควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงาน เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพและลดโอกาสในการเกิดการทุจริตและประพฤติมิชอบ
  5.   สร้างระบบในการจัดการกับการทุจริตให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว
  6.  พัฒนาและเสริมสร้างบุคลากรและหน่วยงานในการต่อต้านและปราบปรามการทุจริต

ส่วนที่  ๒

การวิเคราะห์สถานการณ์การป้องกันและปราบปรามการทุจริต

 

๒.๑ การวิเคราะห์ปัญหาสถานการณ์การร้องเรียนของผู้ทุจริตและประพฤติมิชอบองค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก

           สถานการณ์การร้องเรียนของผู้ทุจริตและประพฤติมิชอบองค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็กในปี พ.ศ.๒๕๕๙ ที่ผ่านมา  ไม่พบข้อมูลการร้องเรียนเกี่ยวกับองค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็กและบุคลากรของหน่วยงานในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลแต่อย่างใด

๒.๒ วิเคราะห์สภาพแวดล้อมขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก

๒.๒.๑ วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน

จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses)
มีนโยบายในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต อัตรากำลังบุคลากรไม่เพียงต่อภารกิจ
มียุทธศาสตร์ชาติฯ เป็นเครื่องมือกำหนดบทบาททิศทางการขับเคลื่อน การทำงานเป็นรูปแบบเชิงรับมากกว่าเชิงรุก

การขับเคลื่อนฯ ยังขาดประสิทธิภาพ

มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการติดต่อสื่อสารและประสานงานภายในทั่วถึงครอบคลุมทั้งหน่วยงาน การประชาสัมพันธ์และช่องทางการประชาสัมพันธ์ไม่ครอบคลุม

 

๒.๒.๒ วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก

โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats)
บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ส่งเสริมการต่อต้านการทุจริต ค่านิยมอุปถัมภ์และระบบพวกพ้อง
แผนพัฒนาฯ ๑๒ มุ่งให้คนไทยเป็นคนเก่ง และดี การบังคับใช้กฎหมายในการต่อต้านการทุจริตในภาครัฐยังไม่มีประสิทธิภาพ
มีสื่อออนไลน์ที่ทันสมัยใช้เป็นช่องทางส่งข้อมูลได้รวดเร็ว ประชาชนมีมุมมองปัญหาการทุจริตเป็นเรื่องปกติธรรมดา เกิดเป็นภาวะจำยอมและเพิกเฉย
สังคมมีความต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาการทุจริตที่เป็นรูปธรรมและมีระยะเวลาในการดำเนินคดีที่รวดเร็วขึ้น ผู้แจ้งเบาะแสไม่มั่นใจในความปลอดภัย อันเนื่องมาจากอิทธิพลของผู้กระทำความผิด

ส่วนที่  ๓

กรอบแนวคิดการจัดทำแผนป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ระยะ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐- ๒๕๖๔)

 

๓.๑ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี

ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อให้หน่วยงาน       มีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ มีสมรรถนะสูง   มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลกระจายบทบาทภารกิจไปสู่ท้องถิ่นอย่างมีความเหมาะสม มีธรรมาภิบาล กรอบแนวทางที่ต้องให้ความสำคัญ คือการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ

๓.๒ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔)

ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การบริหารจัดการในภาครัฐ การป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบและ     ธรรมาภิบาลในสังคมไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อลดปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบของประเทศ เป้าหมายและตัวชี้วัด

เป้าหมายที่ ๒ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตัวชี้วัด ๒.๑ สัดส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละประเภทที่ได้รับรางวัลการบริหารจัดการที่ดีต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดเพิ่มขึ้น

ตัวชี้วัด ๒.๒ ข้อร้องเรียนและคดีเกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดลง

แนวทางการพัฒนา  ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อให้สังคมไทยมีวินัย โปร่งใส   ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และยุติธรรม รวมทั้งสร้างความเข้มแข็ง เป็นภูมิคุ้มกันของสังคมไทย ให้ครอบคลุมภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน และภาคประชาชน พร้อมทั้งเพื่อสร้างพลังการขับเคลื่อนค่านิยมต่อต้านการทุจริต โดยการปลูกฝังให้คนไทยไม่โกงป้องกันการทุจริต ปราบปรามการทุจริต

๓.๓  นโยบายรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

รัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินด้านต่างๆ รวม ๑๑ ด้านโดยด้านที่เกี่ยวข้องการส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมของบุคคล คือ นโยบายข้อที่ ๑๐ สรุปได้ดังนี้

                   นโยบายที่ ๑๐ นโยบายการส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาลและการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ

ข้อ ๑๐.๑ ในระยะแรก กระจายอำนาจเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้โดยรวดเร็ว ประหยัด และสะดวก ทั้งจะวางมาตรการทางกฎหมาย กำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ขั้นตอนที่แน่นอน ระยะเวลาดำเนินการที่รวดเร็ว และระบบอุทธรณ์ที่เป็นธรรม โปร่งใสมิให้เจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยง ประวิงเวลา หรือใช้อำนาจโดยมิชอบก่อให้เกิดการทุจริต การสูญเสียโอกาสหรือสร้างความเสียหายแก่ประชาชนโดยเฉพาะ    นักลงทุน ในระยะเฉพาะหน้าจะเน้นการปรับปรุงหน่วยงานให้บริการด้านการทำธุรกิจ การลงทุน และ      ด้านบริการสาธารณะในชีวิตประจ้าวันเป็นสำคัญ

5

ข้อ ๑๐.๒ ยกระดับสมรรถนะของหน่วยงานของรัฐให้มีประสิทธิภาพ สามารถให้บริการเชิงรุกทั้งในรูปแบบการเพิ่มศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนในต่างจังหวัดโดยไม่ต้องเดินทางเข้ามายังส่วนกลาง ศูนย์บริการสาธารณะแบบครบวงจรที่ครอบคลุมการให้บริการหลากหลายซึ่งจะจัดตั้งตามที่ชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางไปติดต่อขอรับบริการได้โดยสะดวกการให้บริการถึงตัวบุคคลผ่านระบบศูนย์บริการร่วม ณ จุดเดียว (One Stop Service) และระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่สมบูรณ์แบบ พัฒนาหน่วยงานของรัฐให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้มีการสร้างนวัตกรรมในการทำงานอย่างประหยัด           มีประสิทธิภาพ และมีระบบบูรณาการ

ข้อ ๑๐.๓ ใช้มาตรการทางกฎหมาย การปลูกฝังค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมและจิตสำนึกในการรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการและความซื่อสัตย์สุจริต ควบคู่กับ 19 การบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับอย่างเคร่งครัด ยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆที่ไม่จำเป็น สร้างภาระแก่ประชาชนเกินควร หรือเปิดช่องโอกาสการทุจริต เช่น ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง การอนุญาต อนุมัติและการขอรับบริการจากรัฐ ซึ่งมีขั้นตอนยืดยาว ใช้เวลานาน ซ้ำซ้อนและเสียค่าใช้จ่ายทั้งของภาครัฐและประชาชน

ข้อ ๑๐.๔ ปรับปรุงและจัดให้มีกฎหมายเพื่อให้ครอบคลุมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ และการมีผลประโยชน์ทับซ้อนในภาครัฐทุกระดับ โดยถือว่าเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญเร่งด่วนแห่งชาติและเป็นเรื่องที่ต้องแทรกอยู่ในการปฏิรูปทุกด้านทั้งจะเร่งรัดการดำเนินการต่อผู้กระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในด้านวินัยและคดี รวมทั้งให้ผู้ใช้บริการมีโอกาสประเมินระดับความน่าเชื่อถือของหน่วยงานของรัฐ และเปิดเผยผลการประเมินต่อประชาชน ทั้งจะนำกรณีศึกษาที่เคยเป็นปัญหา เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง     การร่วมทุน การใช้จ่ายเงินภาครัฐ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ การมีผลประโยชน์ขัดแย้งหรือทับซ้อน ซึ่งได้มีคำวินิจฉัยขององค์กรต่าง ๆ เป็นบรรทัดฐานแล้วมาเป็นบทเรียนให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และประมวลเป็นกฎระเบียบหรือคู่มือในการปฏิบัติราชการ

ข้อ ๑๐.๕ ส่งเสริมและสนับสนุนภาคีองค์กรภาคเอกชนและเครือข่ายต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสอดส่อง เฝ้าระวัง ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งจะวางมาตรการคุ้มครองพยานและผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ถูกแทรกแซงหรือขัดขวาง

๓.๔ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๖๙/๒๕๕๗ เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต ประพฤติมิชอบ

เพื่อให้การบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน รวมทั้งเพื่อให้เกิดความสงบสุขแก่สังคมและผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

 

6

ข้อ ๑ ให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ กำหนดมาตรการหรือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ โดยมุ่งเน้นการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการตรวจสอบ เฝ้าระวัง เพื่อสกัดกั้นมิให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบได้

ข้อ ๒ ในกรณีที่มีการกล่าวหาหรือพบเหตุอันควรสงสัยว่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำการหรือเกี่ยวข้องกับการทุจริตประพฤติมิชอบ ทั้งในฐานะตัวการ ผู้ใช้หรือผู้สนับสนุน ให้หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานของรัฐดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ภายใต้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ และพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล โดยให้บังคับใช้มาตรการทางวินัย มาตรการทางปกครอง และมาตรการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว

ข้อ ๓ ในกรณีการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐให้หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ในการควบคุม กำกับดูแล การดำเนินงานให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ อย่างเคร่งครัด

ข้อ ๔ กรณีที่หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการตามข้อ ๒ และข้อ ๓ ให้ถือเป็นความผิดวินัยหรือความผิดทางอาญาแล้วแต่กรณี

ข้อ ๕ ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐดำเนินการแสวงหา รวบรวม และดำเนินการอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในการที่จะทราบรายละเอียดและพิสูจน์เกี่ยวกับการทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งติดตาม เร่งรัดผลการดำเนินงานตามข้อ ๑ ข้อ ๒   ข้อ ๓ และข้อ ๔ และรายงานผลการปฏิบัติพร้อมทั้งเสนอความเห็นให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบและพิจารณาอย่างต่อเนื่อง

๓.๕ ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔)

วิสัยทัศน์“ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต(Zero Tolerance & Clean Thailand)”

                    ประเทศไทยในระยะ ๕ ปีข้างหน้า จะมุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรมเป็นสังคมมิติใหม่ที่ประชาชนไม่เพิกเฉยต่อการทุจริตทุกรูปแบบ โดยได้รับความร่วมมือจากฝ่ายการเมือง หน่วยงานของรัฐ ตลอดจนประชาชน ในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชน เพื่อให้ประเทศไทย มีศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิในด้านความโปร่งใสทัดเทียมนานาอารยประเทศ

                   พันธกิจ“สร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต ยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการทุกภาคส่วนแบบบูรณาการและปฏิรูปกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งระบบ ให้มีมาตรฐานสากล”

 

7

เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ ประเทศไทยได้รับการประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ของประเทศไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐

                   วัตถุประสงค์หลัก      

๑. สังคมมีพฤติกรรมร่วมต้านการทุจริตในวงกว้าง

๒. เกิดวัฒนธรรมทางการเมือง (Political Culture) มุ่งต้านการทุจริตในทุกภาคส่วน

๓. การทุจริตถูกยับยั้งอย่างเท่าทันด้วยนวัตกรรม กลไกป้องกันการทุจริต และระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล

๔. การปราบปรามการทุจริตและการบังคับใช้กฎหมาย มีความรวดเร็ว เป็นธรรม และได้รับความร่วมมือจากประชาชน

๕. ดัชนีการรับรู้การทุจริต(Corruption Perceptions Index: CPI) ของประเทศไทยมีค่าคะแนน ในระดับที่สูงขึ้น

ยุทธศาสตร์

                   ยุทธศาสตร์มีความครอบคลุมกระบวนการดำเนินงานด้านการป้องกัน ปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ โดยกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานหลักออกเป็น ๖ ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ “สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต”เป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญในกระบวนการการปรับสภาพสังคมให้เกิดภาวะ “ที่ไม่ทน ต่อการทุจริต” โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมในทุกช่วงวัย ตั้งแต่ปฐมวัย เพื่อสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต และปลูกฝังความพอเพียง มีวินัย ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นการดำเนินการผ่านสถาบันหรือกลุ่มตัวแทนที่ทำหน้าที่ในการกล่อมเกลาทางสังคม ให้มีความเป็นพลเมืองที่ดี มีจิตสาธารณะ จิตอาสา และความเสียสละเพื่อส่วนรวม และเสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนมีพฤติกรรมที่ไม่ยอมรับ และต่อต้านการทุจริตในทุกรูปแบบ

                   ยุทธศาสตร์ที่ ๒ “ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต”สถานการณ์ความขัดแย้งในสังคมไทยในห้วงระยะกว่าทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อพิจารณาจากประเด็นข้อเรียกร้องหรือประเด็นการชุมนุมประท้วงของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายที่มีต่อทุกรัฐบาลที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าประชาชนทุกกลุ่ม    ทุกฝ่ายต่างมีข้อเรียกร้องที่สอดคล้องร่วมกันประการหนึ่งคือ การต่อต้านการทุจริตของรัฐบาลและ    เจ้าหน้าที่รัฐ อาจกล่าวได้ว่าปัญหาการทุจริตนั้นเป็นเสมือนศูนย์กลางของปัญหาความขัดแย้งทั้งมวลของสังคมไทยในห้วงเวลากว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา และการแสดงออกซึ่งเจตจำนง ทางการเมืองของประชาชน  ทุกกลุ่มทุกฝ่าย  ที่ไม่ยอมรับและไม่อดทนต่อการทุจริตประพฤติมิชอบไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ตาม ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงเจตจำนงทางการเมืองอันแน่วแน่ของประชาชนไทยทุกกลุ่มทุกฝ่าย ที่ต้องการให้การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นไปด้วยความโปร่งใส ปราศจากการทุจริตประพฤติ  มิชอบดังนั้นเพื่อเป็นการตอบสนองต่อเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็น

 

รูปธรรมและสอดคล้องเป็นอันหนึ่ง

8

เดียวกัน โดยเป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนและรัฐบาลมีการนำเจนจำนงทางการเมืองในเรื่องการต่อต้านการทุจริตไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกัน

                   ยุทธศาสตร์ที่ ๓ “สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย” การทุจริตเชิงนโยบาย (Policy Corruption) เป็นปัญหาที่พบมากขึ้นในปัจจุบัน ก่อให้เกิดผลเสียต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างมหาศาล ซึ่งจากผลการวิจัยที่ผ่านมาพบว่าการทุจริตเชิงนโยบายมักเกิดจากการใช้ช่องว่างทางกฎหมายเข้าแสวงหาประโยชน์ส่วนตน โดยพบตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดนโยบายของพรรคการเมือง การใช้อำนาจอย่างไม่โปรงใสยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ ๓ จึงได้กำหนดให้มียุทธศาสตร์ “สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งป้องกันการทุจริตตลอดกระบวนการนโยบายโดยการกำหนดมาตรการกลไก เสริมสร้างธรรมาภิบาล ตั้งแต่เริ่มขั้นก่อตัวนโยบาย (Policy formation) ขั้นการกำหนดนโยบาย (Policy Formulation) ขั้นตัดสินใจนโยบาย (Policy Decision) ขั้นการนำนโยบายไปปฏิบัติ                   (Policy Implementation) ขั้นการประเมินนโยบาย (Policy Evaluation) และขั้นป้อนข้อมูลกลับ (Policy Feedback)

        ยุทธศาสตร์ที่ ๔ “พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก” ยุทธศาสตร์นี้มุ่งเน้นการพัฒนากลไกและกระบวนงานด้านการป้องกันการทุจริตของประเทศไทยให้มี ความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ     มากยิ่งขึ้นเพื่อลดโอกาสการทุจริตหรือทำให้การทุจริตเกิดยากขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น โดยอาศัยทั้งการกำหนดกลไกด้านกฎหมาย กลไกทางการบริหาร และกลไกอื่น ๆ และเสริมสร้างการปฏิบัติงานของหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ให้มีธรรมาภิบาล

                  ยุทธศาสตร์ที่ ๕ “ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต” ยุทธศาสตร์การปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริตเป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการปรับปรุงและพัฒนากลไกและกระบวนการต่าง ๆ ของการปราบปรามการทุจริตทั้งระบบ ให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับ ซึ่งในการปฏิรูปกลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจริตดังกล่าวจะมุ่งเน้นการดำเนินการโดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการตราเป็นกฎหมาย (Legislation) การบังคับใช้กฎหมาย (Enforcement) และการตัดสินคดีและลงโทษผู้กระทำผิด (Judiciary) การบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ในกระบวนการปราบปรามการทุจริต และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัยในการพัฒนากลไกต่าง ๆ       ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งยุทธศาสตร์นี้จะทำให้การปราบปรามการทุจริตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คดีการทุจริตต่าง ๆ ถูกดำเนินการอย่างรวดเร็ว และผู้กระทำการทุจริตได้รับการลงโทษ สาธารณชนและสังคมเกิดความตระหนักและเกรงกลัวที่จะกระทำการทุจริต และคดีการทุจริตมีอัตราลดลงได้  ในที่สุด

                   ยุทธศาสตร์ที่ ๖ “ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทย” เป็นการกำหนดยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานด้านความโปร่งใสและการจัดการการยกระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย โดยการศึกษาวิเคราะห์ประเด็นการประเมิน และวิธีการสำรวจตามแต่ละแหล่งข้อมูล และเร่งรัด กำกับ ติดตามให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหรือปรับปรุงการทำงาน รวมไปถึงการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ภาคเอกชน และต่างประเทศเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทย      

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ส่วนที่  ๔

แผนป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะ ๕ ปี

(พ.ศ. ๒๕๖๐- ๒๕๖๔)

 

๔.๑ หลักการความเป็นมา

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมือวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ เห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) และให้หน่วยงานภาครัฐแปลงแนวทางและมาตรการตามยุทธศาสตร์ชาติฯ ไปสู่การปฏิบัติโดยกำหนดไว้ในแผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี และแผนปฏิบัติราชการประจำปี    ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอ และให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการโดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์     ๒๐ ปี และแผนปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ด้วย เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ขอความร่วมมือจังหวัดจัดทำแผนป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบระยะ ๕ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) และจังหวัดพิจิตร จึงขอให้องค์การบริหารส่วนตำบลดำเนินการจัดทำแผนป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะ ๕ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔)

องค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐ ในการปกครองและบริหารจัดการในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการให้บริการสาธารณะด้านต่างๆ ซึ่งดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้แก่คนในท้องถิ่น เป็นองค์กรที่มีความใกล้ชิด            กับประชาชน และมีความเข้าใจในสภาพและรับรู้ถึงสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นภายในท้องถิ่นได้ดีกว่าหน่วยงานราชการส่วนกลางในการปฏิบัติงานและการดำเนินการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นย่อมอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและประเทศชาติ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือ   ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งปัญหา       การทุจริตคอรัปชั่นเป็นปัญหาของสังคมไทยที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน และนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น    ทั้งในเชิงขนาด และความสลับซับซ้อนของปัญหาทุจริต ซึ่งทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.     ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๙/๒๕๕๗ เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ  ได้กำหนดให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ กำหนดมาตรการหรือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ โดยให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานงานของรัฐ กำหนดมาตรการหรือแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยมุ่งเน้น    การสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการตรวจสอบ เฝ้าระวัง         เพื่อสกัดกั้นเพื่อมิให้เกิดการทุจริต ประกอบกับนโยบายของ พลเอกประยุทธ์  จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี     ได้แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๗ ก็ได้กำหนดให้           มีการบริการราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาลและการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ   เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

๑๑

ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ องค์การบริหารส่วนตำบล     สากเหล็ก จึงได้จัดทำแผนป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะ ๕ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔)    เพื่อเป็นมาตรการแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบภาครัฐ ขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก และเพื่อให้ทุกหน่วยงานในองค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก ใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก ทั้งนี้ได้มุ่งเน้นให้การดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก เป็นไปอย่างต่อเนื่อง สร้างระบบราชการที่มีความโปร่งใส จัดระบบการตรวจสอบและประเมินผลสัมฤทธิ์ตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม ความคุ้มค่าเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ปรับปรุงระบบการปฏิบัติงานให้เกิดความโปร่งใส มีประสิทธิภาพและสนับสนุนภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ และปลูกจิตสำนึกค่านิยมของสังคมให้ประชาชนร่วมกันต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖

องค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และการพัฒนาคุณธรรมสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ จึงได้จัดทำแผนป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อเป็นแผนปฏิบัติการในการดำเนินการเรื่องโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร ให้สามารถทำงานด้วยความโปร่งใส ตามหลักนิติธรรม หลักคุณธรรม โดยประชาชนมีส่วนร่วม สามารถใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และรับผิดชอบ ตลอดจนสามารถตรวจสอบได้

วิสัยทัศน์

“องค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก โปร่งใส ยึดมั่นหลักธรรมาภิบาล  บูรณาการทุกภาคส่วนร่วมกันป้องกันและปราบปรามการทุจริต”

พันธกิจ

๑. สร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน โดยยึดหลักธรรมาภิบาล

๒. บูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อเสริมสร้าง และพัฒนาเครือข่ายด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

๓. พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

๔. ส่งเสริมบทบาทภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

เป้าหมายหลัก

องค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็กไม่มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน       ตามวัตถุประสงค์หลักในยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ ๓             (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔)

๑๒

๒. เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใส ทุจริตคอร์รัปชัน ขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก โดยมุ่งเน้นกลไกการมีส่วนร่วมของ  ประชารัฐ เน้นการร่วมคิด รวมทำ ร่วมปฏิบัติ ร่วมแก้ปัญหา และร่วมติดตามประเมินผล โดยการแก้ที่สาเหตุของปัญหาการปลูกจิตสำนึกความซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบ รักษาวินัยของบุคลากรทุกคนในองค์กร การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนค่านิยมอื่น ๆ ที่ถูกต้อง รวมทั้งเข้าใจ   วิถีดำเนินชีวิตที่สมควรและมีคุณค่า และจัดอบรมให้ความรู้ ในการปฏิบัติงานตามภารกิจที่สุ่มเสี่ยงต่อการจะ  ทำให้เกิดปัญหาความไม่โปร่งใส และการทุจริตคอร์รัปชัน โดยการป้องกัน ปราบปราม และลงโทษการกระทำ     ที่ไม่โปร่งใส และการทุจริตคอร์รัปชัน เช่น ระบบการประมูล การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ การจัดซื้อจัดจ้าง มีระบบ/กลไกจัดการรับเรื่องร้องเรียน มีระบบตรวจสอบภายในองค์กร และการมีส่วนร่วม การใช้ดุลยพินิจ   ของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน

๓. เพื่อขยายผลการดำเนินงานปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมอย่างต่อเนื่องเสริมสร้างเครือข่ายร่วมต่อต้านการทุจริตในองค์การบริหารส่วนตำบล แสวงหาความร่วมมือจากภาคส่วน อื่น ๆ ที่ยังไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งพัฒนาระบบบริหารจัดการยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลสัมฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

๔. เพื่อให้ส่วนราชการในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล ยึดถือเป็นกรอบการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐมุ่งสู่เป้าหมายหลัก คือ ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวก และได้รับการตอบสนองความต้องการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖

ยุทศาสตร์ป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ องค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก

ยุทธศาสตร์ที่ ๑ “สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต”

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์
๑. ส่งเสริมให้มีระบบและกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมเพื่อต้านทุจริต ๑. พัฒนาจิตสำนึก สาธารณะ

๒. การใช้เครื่องเมือการสื่อสารทางสังคมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

๒. ประยุกต์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือต้านทุจริต ๑. นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการกล่อมเกลาทางสังคม และการปฏิบัติงานต่อต้านการทุจริต

๒. พัฒนาระบบ และจัดการองค์ความรู้การป้องกันการทุจริตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

๓. เสริมพลังการมีส่วนร่วมของชุมชนและบูรณาการทุกส่วนเพื่อต่อต้านการทุจริต ๑. สร้างชุมชนเฝ้าระวัง ต่อต้านการทุจริต

 

๑๓

ยุทธศาสตร์ที่ ๒ “สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย”

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์
๑. วางมาตรการเสริมในการสกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบายบนฐานธรรมาภิบาล ๑. การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย

๒. การสร้างกลไกการตรวจสอบ การใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร

 

ยุทธศาสตร์ที่ ๓ “พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก”

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์
๑. เพิ่มประสิทธิภาพระบบงานป้องกันการทุจริต ๑. พัฒนามาตรการเชิงรุกที่สามารถแก้ไขปัญหาการทุจริตในแต่ละระดับ

 

๒. สร้างกลไกการป้องกันเพื่อยับยั้งการทุจริต ๑. สร้างกลไกป้องกัน เพื่อยับยั้งการทุจริต

๒. นำข้อเสนอแนะจากกลไกป้องกันเพื่อยับยั้งการทุจริตสู่การปฏิบัติ

๓. กำหนดกลไกการติดตามและประเมินผลการนำข้อเสนอแนะไปสู่การปฏิบัติ

ยุทธศาสตร์ที่ ๔ “ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต”

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์
๑. ปรับปรุงระบบรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตให้มีประสิทธิภาพ ๑. การปรับปรุงระบบการรับเรื่องร้องเรียนของหน่วยงานต่อต้านการทุจริตต่างๆ

๒. การสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อระบบการรับเรืองร้องเรียน

 

 

 

ส่วนที่  ๕

รายละเอียดแผนป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะ ๕ ปี

(พ.ศ. ๒๕๖๐- ๒๕๖๔) 

๕.๑ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ “สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต”

เป้าหมาย  “สร้างสังคมที่ไม่ทนและไม่เพิกเฉยต่อปัญหาการทุจริต และร่วมต้านทุจริตในทุกรูปแบบ

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับผลผลิต งบประมาณ ผลลัพธ์ หน่วยงาน
ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔
๑. ส่งเสริมให้มีระบบ

และกระบวนการ

กล่อมเกลาทาง

สังคมเพื่อต้านทุจริต

๑.๑ พัฒนาจิตสำนึก

สาธารณะ

๑.๒ การใช้เครื่องมือ

การสื่อสารทางสังคม

เพื่อปรับเปลี่ยน

พฤติกรรม

๑. กิจกรรมการขับเคลื่อนประมวลจริยธรรมไปสู่การปฏิบัติ ร้อยละ ๘๐ ของพนักงาน               ส่วนตำบลและพนักงานจ้าง

มีความรู้ความเข้าใจและ

ถือปฏิบัติตามมาตรฐาน

ประมวลจริยธรรม

๑. ผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ พนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้างขององค์การบริหารส่วน

ตำบลสากเหล็กมีความรู้

ความเข้าใจและปฏิบัติตาม

มาตรฐานประมวลจริยธรรม

๒. สามารถปลูกจิตสำนึกการ

เป็นผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ พนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้างที่ดี ปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ มุ่งประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ

สำนักปลัด

 

 

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับผลผลิต งบประมาณ ผลลัพธ์ หน่วยงาน
ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔
๒.กิจกรรมการคัดเลือกผู้ปฏิบัติตามมาตรฐานทางคุณธรรม

จริยธรรม

๓. กิจกรรมการคัดเลือกบุคลากรดีเด่น ประจำปี

๔. โครงการส่งเสริมคุณธรรม-

จริยธรรม ให้กับเด็กเยาวชน ประชาชน

ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ปฏิบัติตามมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรม

 

 

ความสำเร็จของการคัดเลือกบุคลากรดีเด่น จำนวน ๒ กลุ่ม

 

ผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน     ๑๐๐ คน

 

 

 

 

 

 

 

๕๐,๐๐๐

 

 

 

 

 

 

 

๕๐,๐๐๐

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๕๐,๐๐๐

 

 

 

 

 

 

 

 

๕๐,๐๐๐

 

 

 

 

 

 

๕๐,๐๐๐

๑. ทำให้บุคลากรในหน่วยงานมีขวัญและกำลังใจในการ ปฏิบัติงาน

๒. สร้างมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมให้แก่บุคลากรในหน่วยงาน

 

มีบุคลากรดีเด่น จำนวน ๒ คน

 

 

เด็ก เยาวชน ประชาชน มีความประพฤติดี ปฏิบัติดีและมีคุณธรรม-จริยธรรม

 

 

สำนักปลัด

 

 

 

 

สำนักปลัด

 

 

กองการศึกษาฯ

 

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับผลผลิต งบประมาณ ผลลัพธ์ หน่วยงาน
ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔
 

 

 

 

 

 

 

๒. ประยุกต์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือต้านทุจริต

 

 

 

 

 

 

 

๒.๑ นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการกล่อมเกลาทางสังคมและการปฎิบัติงานต่อต้านการทุจริต

๒.. กิจกรรมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐

และกฎหมายที่เกี่ยวข้องผ่านทาง

เฟสบุ๊กและไลน์ของ องค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก

๑.กิจกรรมการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

ร้อยละ ๘๐ ของพนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้าง

เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารตาม

พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของทาง

ราชการ พ.ศ.๒๕๔๐ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๑. ยกระดับจิตสำนึกในการ

รักษาประโยชน์สาธารณะ

๒. ปลุกจิตสำนึกยึดมั่นหลักคุณธรรมและต่อต้านการ

ทุจริต

 

 

 

บุคลากรในหน่วยงานได้รับความรู้เกี่ยวกับการดำเนิน

ชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำไปเป็นปรับใช้และปฏิบัติงานต่อต้านการทุจริต

 

 

 

สำนักปลัด

 

 

 

 

 

สำนักปลัด

 

 

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับผลผลิต งบประมาณ ผลลัพธ์ หน่วยงาน
ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔
๒.๒ พัฒนาระบบและจัดการองค์ความรู้การป้องกันการทุจริตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

๒. กิจกรรมจัดมุมหนังสือ/การเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการดำเนินชีวิตและพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

๓. กิจกรรมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมการดำเนินชีวิตและการพัฒนาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

๔. กิจกรรมการให้ความรู้ “การปฏิบัติตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” (การสอดแทรกเป็นหัวข้อในการประชุมประจำเดือนขององค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก

จัดมุมหนังสือเผยแพร่ภายในองค์การบริหารส่วนตำบล      สากเหล็ก จำนวน ๔ เรื่องต่อไป

 

 

เผยแพร่ข้อมูล บนเว็บไซต์ ของ องค์การบริหารส่วนตำบล      สากเหล็กจำนวน  ๔  เรื่องต่อปี

 

 

จำนวนครั้งที่มีการบรรยายให้ความรู้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๑. ยกระดับจิตสำนึกในการ

รักษาประโยชน์สาธารณะ

๒. ปลุกจิตสำนึกยึดมั่นหลักคุณธรรมและต่อต้านการ

ทุจริต

๑. ยกระดับจิตสำนึกในการ

รักษาประโยชน์สาธารณะ

๒. ปลุกจิตสำนึกยึดมั่นหลักคุณธรรมและต่อต้านการ

ทุจริต

ผู้เข้าร่วมการประชุมได้รับความรู้ความเข้าใจ

 

 

สำนักปลัด

 

 

 

สำนักปลัด

 

 

สำนักปลัด

 

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับผลผลิต งบประมาณ ผลลัพธ์ หน่วยงาน
ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔
๓. เสริมพลังการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community) และบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อต่อต้านการทุจริต ๓.๑ สร้างชุมชนเฝ้าระวังต่อต้านทุจริต ๑. กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาความโปร่งใสของหน่วยงาน

๒. กิจกรรมการพัฒนาและเสริมสร้างความรู้เครือข่ายภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริต

๓. กิจกรรมสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันการทุจริตโดยสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนมาที่องค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีเจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์ได้ทุกวันในเวลาราชการ

ร้อยละของหน่วยงานที่ดำเนินการตามมาตรการใสสะอาด

 

จำนวนสมาชิกเครือข่าย

 

 

 

ร้อยละของเรื่องร้องเรียนของประชาชนได้รับการแก้ไข

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หน่วยงานไม่มีเรื่องร้องเรียนการทุจริต

 

ทุกหมู่บ้านมีเครือข่ายในการต่อต้านการทุจริต

 

 

เรื่องร้องเรียนได้รับการแก้ไข

สำนักปลัด

 

สำนักปลัด

 

 

สำนักปลัด

 

 

 

 

 

 

 

๕.๒ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ “สกัดการทุจริตเชิงนโยบาย”

เป้าหมาย  ๑. ลดการทุจริตในกระบวนการนโยบายสาธารณะ

๒. ส่งเสริมให้นโยบายสาธารณะเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับผลผลิต งบประมาณ ผลลัพธ์ หน่วยงาน
ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔
๑. วางมาตรการเสริมในการ

สกัดกั้นการทุจริตเชิง

นโยบายบนฐาน          ธรรมาภิบาล

๑.๑ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร

ที่เกี่ยวข้อกับนโยบาย

๑.๒ การสร้างกลไก การตรวจสอบ

การใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร

๑. การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์

สร้างจิตสำนึกการต่อต้านการ      ทุจริตประพฤติมิชอบให้แก่บุคลากร

องค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก

๒. พิจารณาช่องทางการประชาสัมพันธ์

ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้มีความหลากหลายและ

ครอบคลุม

 

จำนวนบุคลากร

ที่ได้รับการเผยแพร่ไม่ น้อยกว่าร้อยละ ๘๐

 

จำนวนช่องทางการประชาสัมพันธ์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บุคลากรมีจิตสำนึกการต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ

 

มีช่องทางการประชาสัมพันธ์ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเพิ่มขึ้น

 

สำนักปลัด

 

 

สำนักปลัด

 

 

 

 

 

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับผลผลิต งบประมาณ ผลลัพธ์ หน่วยงาน
ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔
๓. กิจกรรมส่งเสริมให้มีระบบ/กระบวนการการจัดซื้อจัดจ้าง

ที่โปร่งใสและเปิดเผยมีระบบป้องกันการทุจริต

 

 

 

วิธีดำเนินการจัดการเรื่องร้องเรียนและการดำเนิน

การในการจัดซื้อจัดจ้าง

 

 

มีระบบและกระบนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส เปิดเผยและป้องกันการทุจริต

 

 

กองคลัง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๕.๓ ยุทธศาสตร์ที่ ๓“พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก”

เป้าหมาย 

๑. กลไกการป้องกันการทุจริตมีความเท่าทันต่อสถานการณ์การทุจริต เปลี่ยนแปลงสู่กระบวนการทำงานเชิงรุก สามารถป้องกันการทุจริตให้มีประสิทธิภาพ

๒. การทุจริตลดน้อยลงหรือไม่เกิดการทุจริต

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับผลผลิต งบประมาณ ผลลัพธ์ หน่วยงาน
ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔
๑. เพิ่มประสิทธิภาพระบบ

งานป้องกันการทุจริต

๑.๑ พัฒนามาตรการ

เชิงรุกที่สามารถ

แก้ไขปัญหาการทุจริต

ในแต่ละระดับ

กิจกรรมประกาศเจตนารมณ์

ขององค์การบริหารส่วนตำบล

ในการต่อต้านการทุจริต

 

จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐

องค์การบริหารส่วนตำบล

เป็นหน่วยงานที่ต่อต้านการทุจริต

สำนักปลัด
๒. สร้างกลไกการป้องกัน

เพื่อยับยั้งการทุจริต

๒.๑ สร้างกลไกป้องกัน

เพื่อยับยั้งการทุจริต

 

กิจกรรมการตรวจสอบภายในอย่างมีประสิทธิภาพ ดำเนินการแล้วเสร็จ

ตามแผนการตรวจสอบภายในประจำปี

ตรวจสอบด้านการเงิน

การบัญชี,การพัสดุ,การจัดเก็บรายได้,การปฏิบัติงานในด้านต่างๆขององค์การบริหารส่วนตำบล

สำนักปลัด

กองคลัง

กองช่าง

กองการศึกษาฯ

กองสวัสดิการฯ

๕.๔ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ “ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต”

เป้าหมาย 

๑. การปฏิบัติงานด้านการปราบปรามการทุจริตมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

๒. คดีการทุจริตและการกระทำทุจริตลดน้อยลง

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับผลผลิต งบประมาณ ผลลัพธ์ หน่วยงาน
ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔
๑. ปรับปรุงระบบรับเรื่อง

ร้องเรียนการทุจริตให้มี

ประสิทธิภาพ

๑.๑ การปรับปรุงระบบ

การรับเรื่องร้องเรียน

ของหน่วยงานต่อต้านการทุจริต

ต่างๆ

๑.๒ การสร้างความเชื่อมั่นและ

ความไว้วางใจต่อระบบการ

รับเรื่องร้องเรียน

 

๑. เพิ่มช่องทางการแจ้งข้อมูล

การทุจริตที่หลากหลาย

จำนวนช่องทางให้ภาค

ประชาชนเข้าร้องเรียน

เสนอแนะให้ข้อมูล

อย่างน้อย ๓ ช่องทาง

จัดให้มีช่องทางในการร้องเรียน จำนวน ๓ ช่องทาง สำนักปลัด

 

กลยุทธ์ แนวทางตามกลยุทธ์ แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ตัวชี้วัดระดับผลผลิต ค่าเป้าหมายผลผลิต (หน่วยนับ) ผลลัพธ์ หน่วยงาน
ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔
 

 

๒.การลดจำนวนการ

ฝ่าฝืนระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

 

จำนวนการกระทำผิดระเบียบและกฎหมาย

ลดลง

 

องค์การบริหารส่วนตำบล

สากเหล็กโปร่งใส

สำนักปลัด

 

 

 


ส่วนที่  ๖

กรอบการนำแผนป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

 ไปสู่การปฏิบัติและติดตามประเมินผล

 

 

การนำแผนป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบไปสู่การปฏิบัติและติดตามประเมินผล

                   เมื่อองค์การบริหารส่วนตำบลสากเหล็ก ได้ประกาศใช้แผนป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบแล้ว ผู้บริหารท้องถิ่นนำไปเป็นกรอบแนวทางสู่การปฏิบัติต่อไป

การติดตามและประเมินผล

เพื่อให้ทราบแนวทางและกลไกในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะ ๕ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) และเป็นการสร้างการมีส่วนร่วม  ในหน่วยงาน โดยการกำหนดวิธีการติดตามและประเมินผล รูปแบบ ขั้นตอนที่จะใช้ในการติดตามและประเมินผลเพื่อตรวจสอบว่าได้ดำเนินการนำแผนป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบไปสู่การปฏิบัติตามเป้าหมายหรือไม่ ดังนี้

๑. ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการจัดทำแผนการดำเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม      ที่กำหนดไว้ตามแผนฯ

๒. ให้หน่วยงานที่รับผิดขอบจัดทำผลการดำเนินงานตามโครงการ/กิจกรรม พร้อมรายงานชี้แจงปัญหาอุปสรรค ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

๓. ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำรายงานสรุปผลการนำแผนฯ ไปปฏิบัติ และนำเผยแพร่  บนเว็บไซต์ เช่น มีผลงานตามยุทธศาสตร์หรือไม่ การดำเนินงานมีปัญหาอุปสรรคหรือไม่ ประชาชนได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใด

การกำหนดห้วงระยะเวลาในการติดตามและประเมินผล

                   กำหนดให้มีการติดตามและประเมินผล โดยการจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานฯ ประจำปีงบประมาณ รอบ ๖ เดือน (ภายในวันที่ ๑ พฤษภาคม) และรอบ ๑๒ เดือน (ภายในเดือนธันวาคม)

 

 

 

 

 

Comments

comments